Leverage และ Margin ใน Forex เข้าใจง่ายใน 10 นาที

สรุปก่อนเริ่ม

  • Leverage คือเงินกู้จากโบรกเกอร์ที่ช่วยให้คุณเปิดออร์เดอร์ใหญ่กว่าเงินในบัญชีจริง เช่น 1:100 หมายถึงเปิดได้ 100 เท่าของเงินต้น
  • Margin คือเงินประกันที่ต้องใช้เปิดออร์เดอร์ ยิ่ง leverage สูง margin ที่ต้องใช้ก็ยิ่งน้อยลง
  • เข้าใจ Margin Call และ Stop Out จะช่วยป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบหรือขาดทุนหนักเกินควบคุม

Leverage คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Leverage หรือ "คานงัด" คือเงินกู้ที่โบรกเกอร์ให้เรายืมเพื่อเปิดออร์เดอร์ในปริมาณที่มากกว่าเงินที่มีอยู่จริง

ตัวอย่าง:

  • คุณมีเงินในบัญชี 1,000 USD
  • ใช้ leverage 1:100 → เปิดออร์เดอร์ได้สูงสุด 100,000 USD (1 lot EUR/USD)
  • ใช้ leverage 1:500 → เปิดออร์เดอร์ได้สูงสุด 500,000 USD (5 lots EUR/USD)

ยิ่ง leverage สูง ยิ่งเปิดออร์เดอร์ได้มาก แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Leverage เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังใน Forex เพราะช่วยให้คุณควบคุมตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเงินต้นของคุณมาก แต่ต้องเข้าใจว่า leverage ไม่ได้สร้างความได้เปรียบในตัวเอง มันแค่ขยายทั้งกำไรและขาดทุน

Margin คือเงินประกันที่ต้องใช้เปิดออร์เดอร์

Margin คือเงินประกันที่โบรกเกอร์ยึดไว้ชั่วคราวเมื่อเราเปิดออร์เดอร์ คำนวณจาก:

Margin = (จำนวน lot × ขนาดต่อ lot) ÷ Leverage

ตัวอย่าง:

  • เปิด 1 lot EUR/USD (100,000 units)
  • ใช้ leverage 1:100
  • Margin = 100,000 ÷ 100 = 1,000 USD

ถ้าใช้ leverage 1:500:

  • Margin = 100,000 ÷ 500 = 200 USD

เห็นไหมครับว่า leverage สูงขึ้น margin ที่ต้องใช้ก็น้อยลง

Margin ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียม แต่มันคือเงินที่ถูก "ล็อก" ไว้ชั่วคราวเพื่อรองรับตำแหน่งที่เปิดอยู่ เมื่อคุณปิดออร์เดอร์ เงินส่วนนี้จะถูกปลดล็อกกลับคืนมา

Free Margin คือเงินที่ยังว่างอยู่

Free Margin คือเงินที่ยังว่างอยู่ ใช้เปิดออร์เดอร์ใหม่ได้

Free Margin = Balance + Equity − Used Margin

ตัวอย่าง:

  • Balance: 5,000 USD
  • มีออร์เดอร์เปิดอยู่ ใช้ margin ไป 1,000 USD
  • Free Margin = 5,000 − 1,000 = 4,000 USD

Free Margin เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่ายังมีพื้นที่สำหรับเปิดตำแหน่งใหม่หรือไม่ ถ้า Free Margin น้อยลงเรื่อยๆ แสดงว่าคุณกำลังใช้ leverage มากขึ้น

Margin Call คือการแจ้งเตือนว่าเงินใกล้หมด

Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่าเงินในบัญชีใกล้หมดแล้ว (ระดับ margin สูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด)

ตัวอย่าง:

  • โบรกเกอร์ตั้ง margin call ที่ 100%
  • Balance: 2,000 USD
  • Used Margin: 1,500 USD
  • Free Margin: 500 USD
  • Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100

เมื่อราคาขยับสวนทางจน equity ลดลงถึงจุดที่ margin level ต่ำกว่าเกณฑ์ โบรกเกอร์จะแจ้ง margin call

Margin Call เป็นสัญญาณเตือนว่าควรพิจารณาปิดตำแหน่งบางส่วนหรือเพิ่มเงินเข้าบัญชี มิฉะนั้นอาจนำไปสู่ Stop Out

Stop Out คือการปิดออร์เดอร์อัตโนมัติ

Stop Out คือการที่โบรกเกอร์ปิดออร์เดอร์ให้เราโดยอัตโนมัติเมื่อเงินในบัญชีเหลือน้อยเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ

ตัวอย่าง:

  • Stop out level: 50%
  • Balance: 2,000 USD
  • Used Margin: 1,500 USD
  • เมื่อ equity ลดลงเหลือ 750 USD (750 ÷ 1,500 × 100 = 50%) → โบรกเกอร์ปิดออร์เดอร์ให้

Stop Out เป็นกลไกป้องกันที่ช่วยไม่ให้บัญชีติดลบ แต่อาจปิดตำแหน่งในราคาที่ไม่ดีนัก เพราะเป็นการปิดโดยอัตโนมัติ

ข้อควรระวังเรื่อง Leverage

  1. Leverage สูง ≠ กำไรสูง — ความเสี่ยงก็สูงตาม
  2. มือใหม่ควรเริ่มที่ leverage ต่ำ เช่น 1:100 หรือ 1:200
  3. ใช้ stop loss เสมอ เพื่อจำกัดความเสียหาย
  4. อย่าเปิดออร์เดอร์จน margin level ต่ำเกินไป

Leverage เป็นดาบสองคม ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ถ้าเข้าใจและจัดการความเสี่ยงได้ดี แต่ถ้าใช้ผิดวิธีอาจทำให้ขาดทุนหนักได้

สรุป

  • Leverage = เงินกู้จากโบรกเกอร์ (1:100, 1:500)
  • Margin = เงินประกันที่ต้องใช้เปิดออร์เดอร์
  • Margin Call = แจ้งเตือนว่าเงินใกล้หมด
  • Stop Out = ปิดออร์เดอร์อัตโนมัติเมื่อเงินน้อยเกินไป

เข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ก่อนเริ่มเทรดจริง จะช่วยให้จัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้นและลดโอกาสขาดทุนหนัก

เขียนโดย อ.บอม

บทความเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุนเฉพาะบุคคล ตรวจสอบข้อมูลและความเสี่ยงก่อนใช้งานจริง
← บทความทั้งหมด