คู่เงิน Major คืออะไร คู่เงินหลักที่มือใหม่ควรรู้จัก

สรุปก่อนเริ่ม

  • Major Pairs คือคู่เงินที่มี USD เป็นส่วนหนึ่งเสมอ เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เหมาะกับมือใหม่เพราะสภาพคล่องสูง spread ต่ำ
  • ควรเทรดช่วง London-New York Overlap (14:00-18:00 น. เวลาไทย) และมีเงินเริ่มต้นตั้งแต่ 100 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์
  • การเลือกโบรกเกอร์ต้องตรวจสอบใบอนุญาตจาก FCA, ASIC หรือ CySEC เสมอ

ทำไมต้องเริ่มจาก Major Pairs?

Major Pairs คือคู่เงินที่มี USD (ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นส่วนหนึ่งของคู่เสมอ และอีกฝั่งเป็นสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ๆ เช่น ยูโร ปอนด์อังกฤษ เยนญี่ปุ่น

คู่เหล่านี้เหมาะกับมือใหม่เพราะสภาพคล่องสูง spread ต่ำ และมีข้อมูลเยอะ ทำให้เรียนรู้ได้ง่ายกว่า

สภาพคล่องสูงหมายถึงมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากในตลาด ทำให้สามารถเข้าออเดอร์ได้ทันทีโดยไม่ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงมาก Spread ต่ำหมายถึงความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายต่ำ ทำให้ต้นทุนการเทรดลดลง

ข้อมูลเยอะหมายถึงมีนักวิเคราะห์และสื่อทางการเงินจำนวนมากที่รายงานเกี่ยวกับคู่เงินเหล่านี้ ทำให้มือใหม่สามารถเรียนรู้และติดตามสถานการณ์ได้ง่าย

7 คู่เงิน Major ที่นิยม

คู่เงิน ชื่อเล่น Spread
EUR/USD - 0.0-0.5 pips
GBP/USD Cable 0.5-1.0 pips
USD/JPY - 0.2-0.7 pips
AUD/USD Aussie -
USD/CAD Loonie -
USD/CHF Swissie -
NZD/USD Kiwi -

EUR/USD เทรดมากที่สุดในโลก เหมาะกับมือใหม่ที่สุด ส่วน GBP/USD เคลื่อนไหวแรงกว่าเล็กน้อย

ชื่อเล่นของคู่เงินแต่ละคู่มีความหมายที่น่าสนใจ Cable มาจากสายเคเบิลใต้ทะเลที่ส่งข้อมูลราคาปอนด์อังกฤษจากลอนดอนไปนิวยอร์กในสมัยก่อน Aussie หมายถึงออสเตรเลีย Loonie หมายถึงแคนาดา Swissie หมายถึงสวิตเซอร์แลนด์ และ Kiwi หมายถึงนิวซีแลนด์

ช่วงเวลาไหนน่าเทรด

  • London-New York Overlap (14:00-18:00 น. เวลาไทย) – คนเทรดมากที่สุด เหมาะกับ Day Trading
  • Tokyo (00:00-09:00 น. เวลาไทย) – เหมาะกับ USD/JPY และ AUD/USD
  • London (10:00-17:00 น. เวลาไทย) – เหมาะกับ EUR/USD และ GBP/USD

ช่วง London-New York Overlap เป็นช่วงที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดเพราะตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน ทำให้มีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก

ช่วง Tokyo เหมาะกับคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย เพราะเป็นช่วงที่ตลาดเอเชียเปิดทำการ

ช่วง London เหมาะกับคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับยุโรป เพราะเป็นช่วงที่ตลาดยุโรปเปิดทำการ

เลือกโบรกเกอร์อย่างไร

ดู 5 ข้อนี้:

  • ใบอนุญาต – ต้องมี license จาก FCA, ASIC หรือ CySEC
  • Spread และค่าธรรมเนียม – เปรียบเทียบ spread ของคู่เงินที่ต้องการเทรด
  • แพลตฟอร์ม – ใช้งานง่าย มีเครื่องมือวิเคราะห์ครบ
  • การฝาก-ถอน – รองรับช่องทางที่สะดวกสำหรับคนไทย
  • บริการลูกค้า – ซัพพอร์ต 24/7 รองรับภาษาไทย

ใบอนุญาตจาก FCA (Financial Conduct Authority) ของอังกฤษ ASIC (Australian Securities and Investments Commission) ของออสเตรเลีย หรือ CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission) ของไซปรัส เป็นมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ

การเปรียบเทียบ spread และค่าธรรมเนียมเป็นสิ่งสำคัญเพราะส่งผลต่อต้นทุนการเทรดโดยตรง

แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือวิเคราะห์ครบช่วยให้มือใหม่เรียนรู้และเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝาก-ถอนที่สะดวกสำหรับคนไทยหมายถึงรองรับช่องทางเช่น โอนเงินผ่านธนาคาร บัตรเครดิต หรือ e-wallet ที่คนไทยคุ้นเคย

บริการลูกค้าที่ซัพพอร์ต 24/7 และรองรับภาษาไทยช่วยให้แก้ปัญหาได้ทันทีเมื่อมีปัญหา

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex 2026

เครื่องมือช่วยเทรด

ก่อนเทรดจริง ควรเรียนรู้เครื่องมือพื้นฐาน:

Support and Resistance คือจุดที่ราคามีแนวโน้มจะหยุดหรือกลับทิศทาง การเข้าใจจุดเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจเข้าออเดอร์

Stop Loss และ Take Profit คือคำสั่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อจำกัดความเสี่ยงและล็อกกำไร

Candlestick Charts คือกราฟแท่งเทียนที่แสดงข้อมูลราคาเปิด ปิด สูง ต่ำ ของแต่ละช่วงเวลา

Lot Size Calculation คือการคำนวณขนาดออเดอร์ที่เหมาะสมกับเงินทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Trading Journal คือการจดบันทึกการเทรดแต่ละครั้งเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์

คำถามที่พบบ่อย

Q: ทำไมต้องเริ่มจาก Major Pairs? A: เพราะสภาพคล่องสูง spread ต่ำ และมีข้อมูลเยอะ ทำให้เรียนรู้ได้ง่ายกว่า

Q: คู่ไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด? A: EUR/USD เพราะเทรดมากที่สุดในโลก spread ต่ำสุด

Q: ควรเทรดช่วงไหน? A: ช่วง London-New York Overlap (14:00-18:00 น. เวลาไทย) มีสภาพคล่องสูงที่สุด

Q: ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเทรดได้? A: ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ บางแห่งเปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100 ดอลลาร์

สรุป

คู่เงิน Major เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เริ่มจาก EUR/USD หรือ USD/JPY ก่อน แล้วค่อยขยายไปคู่อื่นๆ เมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น อย่าลืมเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบใบอนุญาตเสมอ และเริ่มด้วยเงินจำนวนที่ไม่มากจนเกินไป

การศึกษาเพิ่มเติมและฝึกฝนด้วยบัญชีเดโมก่อนเทรดจริงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ

เขียนโดย อ.บอม

บทความเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุนเฉพาะบุคคล ตรวจสอบข้อมูลและความเสี่ยงก่อนใช้งานจริง
← บทความทั้งหมด