# Pip และ Spread คืออะไร ทำความเข้าใจง่าย ๆ สำหรับมือใหม่

สรุปก่อนเริ่ม

  • Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคา 0.0001 สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ ส่วน Point คือหน่วยย่อย 1 Pip = 10 Point
  • Lot กำหนดขนาดไม้เทรด Standard 100,000 หน่วย Mini 10,000 หน่วย Micro 1,000 หน่วย
  • Spread คือส่วนต่างราคา Bid-Ask ซึ่งเป็นต้นทุนแฝง ควรเทรดช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทับกันเพื่อ spread ต่ำ

Pip และ Point ต่างกันอย่างไร

Pip ย่อมาจาก "Percentage in Point" หรือ "Price in Point" เป็นหน่วยมาตรฐานวัดการเปลี่ยนแปลงราคา Forex ที่นักเทรดทั่วโลกใช้สื่อสารกัน

สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD GBP/USD AUD/USD หนึ่ง pip เท่ากับ 0.0001 ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่สี่

ตัวอย่าง ถ้า EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.0850 เป็น 1.0851 นั่นคือการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง pip ในทิศทางขึ้น

แต่สำหรับคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่น เช่น USD/JPY EUR/JPY หนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 เนื่องจากเยนญี่ปุ่นมีค่าหน่วยเล็กกว่าสกุลเงินอื่น

Point คือหน่วยย่อยกว่า pip อีกขั้นหนึ่ง สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ หนึ่ง pip เท่ากับสิบ point ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ห้า

ตัวอย่าง EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.08500 เป็น 1.08501 นั่นคือการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง point หรือ 0.1 pip

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง pip และ point ช่วยให้คุณอ่านราคาและคำนวณการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อโบรกเกอร์แสดงราคาห้าตำแหน่งทศนิยม

Lot คืออะไร และส่งผลต่อกำไรอย่างไร

Lot คือขนาดของตำแหน่งเทรดที่คุณเปิดในบัญชี Forex กำหนดปริมาณสกุลเงินที่คุณซื้อหรือขาย

มีสามขนาดหลักที่ใช้กันทั่วไปในตลาด

Standard Lot เท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินเบส เหมาะกับนักเทรดที่มีเงินทุนมาก

Mini Lot เท่ากับ 10,000 หน่วย เหมาะกับนักเทรดระดับกลาง

Micro Lot เท่ากับ 1,000 หน่วย เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่มีเงินทุนจำกัด

ตัวอย่าง ถ้าเทรด EUR/USD หนึ่ง standard lot หมายความว่าซื้อ EUR 100,000 และขาย USD ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน

ขนาด lot กำหนดมูลค่าต่อ pip โดยตรง Standard lot ให้กำไรหรือขาดทุน 10 ดอลลาร์ต่อ pip Mini lot ให้ 1 ดอลลาร์ต่อ pip Micro lot ให้ 0.10 ดอลลาร์ต่อ pip

สมมติคุณเปิดไม้ Buy EUR/USD หนึ่ง standard lot ที่ราคา 1.0850

ถ้าราคาขึ้นไปที่ 1.0860 กำไร 100 pip คุณจะได้กำไร 1,000 ดอลลาร์

ถ้าราคาลงไปที่ 1.0840 ขาดทุน 100 pip คุณจะเสีย 1,000 ดอลลาร์

สำหรับ 1 Mini Lot: กำไรหรือขาดทุนต่อ 1 pip เท่ากับ 1 ดอลลาร์

สำหรับ 1 Micro Lot: กำไรหรือขาดทุนต่อ 1 pip เท่ากับ 0.10 ดอลลาร์

การเลือกขนาด lot ที่เหมาะสมกับเงินทุนและกลยุทธ์ของคุณเป็นทักษะสำคัญที่มือใหม่ต้องฝึก

Spread คือต้นทุนแฝงที่คุณจ่ายทุกไม้

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) ของคู่เงิน

นี่คือค่าคอมมิชชันแบบแอบแฝงที่โบรกเกอร์เก็บจากทุกไม้ที่คุณเปิด โดยคุณจ่ายทันทีที่เปิดตำแหน่ง

ตัวอย่าง EUR/USD Bid = 1.0850 Ask = 1.0852

Spread = 1.0852 - 1.0850 = 0.0002 = 2 pip

ยิ่ง spread กว้าง ต้นทุนการเทรดยิ่งสูง และคุณต้องการการเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้นเพื่อให้ทำกำไรได้

Spread จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามสภาพตลาด ความผันผวน และสภาพคล่องของคู่เงิน

เทคนิคดูค่า Spread ก่อนเปิดไม้

เทรดในช่วงที่ spread ต่ำที่สุด คือช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับกัน ประมาณ 14.00-17.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องสูงสุด

หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงตลาดเปิดและปิด เพราะ spread มักจะกว้างขึ้นเนื่องจากสภาพคล่องลดลง

หลีกเลี่ยงช่วงที่มีข่าวสำคัญออก เช่น อัตราดอกเบี้ย GDP หรือการจ้างงาน เพราะ spread อาจกว้างขึ้นแบบฉับพลัน

เปรียบเทียบ spread ของโบรกเกอร์หลายแห่งก่อนเลือก โดยดูทั้งค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุด

ตรวจสอบว่า spread ที่แสดงเป็นค่าเฉลี่ยหรือค่าจริง เพราะบางโบรกเกอร์แสดงค่าเฉลี่ยซึ่งอาจต่ำกว่าความเป็นจริง

เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย

การเข้าใจ Pip Point Lot และ Spread เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับนักเทรด Forex

การคำนวณกำไรขาดทุนได้ถูกต้องจะช่วยให้คุณวางแผน Risk Management ได้ดี

เลือกขนาดไม้ที่เหมาะสมกับเงินทุนของคุณ

สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก Micro Lot หรือ Mini Lot ก่อน เพื่อควบคุมความเสี่ยง

ค่อย ๆ เพิ่มขนาดไม้เมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น

เขียนโดย อ.บอม

บทความเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุนเฉพาะบุคคล ตรวจสอบข้อมูลและความเสี่ยงก่อนใช้งานจริง
← บทความทั้งหมด